ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 024503501-4 โทรสาร 028923905 หรือแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่ snws.ac.th@gmail.com ผู้ปกครองสามารถดูผลการเรียนเด็ก เพียงกรอก บัตรประชาชน และบัตรนักเรียน ตามลิงค์ที่แจ้งไว้ครับ https://sgs6.bopp-obec.info/sgss/Security/SignIn.aspx
คณะผู้บริหาร
social


ข้อมูลทั่วไป
การบริหารงานโรงเรียน
สารสนเทศ



หลักสูตรแกนกลาง


 

ระเบียบโรงเรียนศึกษานารีวิทยา
ว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  ๒๕๕๑
พ.ศ. ๒๕๕๔
------------------------------------------
 

โดยที่โรงเรียนศึกษานารีวิทยาได้ประกาศใช้หลักสูตรโรงเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช  ๒๕๕๑  ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ ๒๙๓/๒๕๕๑  ลงวันที่  ๑๑  กรกฎาคม  ๒๕๕๑  เรื่องให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช ๒๕๕๑   จึงเป็นการสมควรที่กำหนดระเบียบโรงเรียนศึกษานารีวิทยาว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช ๒๕๕๑  เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับคำสั่งดังกล่าว
    ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๙  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ  พ.ศ. ๒๕๔๖ และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ คณะกรรมการบริหารหลักสูตร และงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน                จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
    ข้อ  ๑  ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนศึกษานารีวิทยา ว่าด้วยการวัดและประเมินผล      การเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน   พุทธศักราช  ๒๕๕๑  พ.ศ.  ๒๕๕๔”
    ข้อ  ๒  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๔  เป็นต้นไป
    ข้อ  ๓  ให้ยกเลิกระเบียบ ข้อบังคับ  ที่ขัดแย้งกับระเบียบนี้  ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
    ข้อ ๔  ระเบียบนี้ให้ใช้ควบคู่กับหลักสูตรโรงเรียนศึกษานารีวิทยา พุทธศักราช ๒๕๕๓            ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ หลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล
    ข้อ ๕  ให้ผู้บริหารสถานศึกษารักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
หมวด ๑
หลักการดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียน

    ข้อ ๖  การประเมินผลการเรียน ให้เป็นไปตามหลักการดำเนินการต่อไปนี้
        ๖.๑  โรงเรียนศึกษานารีวิทยาเป็นผู้รับผิดชอบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม
        ๖.๒  การวัดและประเมินผลการเรียนรู้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาผู้เรียน  พัฒนาการจัดการเรียนรู้และตัดสินผลการเรียน
        
      ๖.๓  การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้/
ตัวชี้วัดตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่กำหนดในหลักสูตรสถานศึกษา และจัดให้มีการประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน  คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตลอดจนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
        ๖.๔  การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอนต้องดำเนินการด้วยเทคนิควิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถวัดและประเมินผลผู้เรียนได้อย่างรอบด้านทั้งด้านความรู้  ความคิด  กระบวนการ  พฤติกรรมและเจตคติเหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัด  ธรรมชาติวิชา และระดับชั้นของผู้เรียน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเที่ยงตรง  ยุติธรรม  และเชื่อถือได้
        ๖.๕  การประเมินผลผู้เรียนพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน  ความประพฤติ  การสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้  การร่วมกิจกรรม  และการทดสอบ  ควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอนตามความเหมาะสมของแต่ละระดับและรูปแบบการศึกษา
        ๖.๖  เปิดโอกาสให้ผู้เรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบผลการประเมินผลการเรียนรู้

หมวด ๒
วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

          ข้อ  ๗  สถานศึกษาต้องดำเนินการวัดและประเมินผลให้ครบองค์ประกอบทั้ง ๔  ด้าน  คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ  การอ่าน  คิดวิเคราะห์  และเขียน  คุณลักษณะอันพึงประสงค์  และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
        ๗.๑  การประเมินผลการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่มสาระ เป็นการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ  เจตคติ  ทักษะการคิด  ที่กำหนดอยู่ในตัวชี้วัดในหลักสูตร  ซึ่งจะนำไปสู่การสรุปผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้  โดยมีแนวทางดังนี้
        ๗.๑.๑  แจ้งให้ผู้เรียนทราบมาตรฐานการเรียนรู้  ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้รายภาค เวลาเรียน  วิธีการวัดและประเมินผล  และเกณฑ์การผ่านรายวิชา  ก่อนเรียนวิชานั้น
        ๗.๑.๒  จุดประสงค์การเรียนรู้จะต้องเป็นจุดประสงค์การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้  ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้รายภาค  ตามหลักสูตรของโรงเรียนศึกษานารีวิทยา
        ๗.๑.๓  ก่อนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้สอนจะต้องประเมินผลก่อนเรียน เพื่อตรวจสอบความรู้พื้นฐานและความรู้ความสามารถในเรื่องที่จะเรียน
        ๗.๑.๔  ระหว่างภาคเรียน  ให้ถือปฏิบัติดังนี้
    ๑)  ให้ผู้สอนประเมินผลการเรียนของผู้เรียนเป็นระยะ ๆ ตามตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน
                                           
    ๒)  ให้ผู้สอนประเมินผลการเรียนของผู้เรียนเมื่อจบหน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วย โดยประเมินทุกตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ ในหน่วยการเรียนรู้นั้น   เพื่อตรวจสอบความรู้ความสามารถของผู้เรียน

    ๓)  ให้ผู้สอนใช้วิธีการที่หลากหลายจากแหล่งข้อมูลหลาย ๆ แหล่ง เพื่อให้ได้ผลการประเมินที่สะท้อนความรู้ความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียน  โดยสังเกตพัฒนาการ และความประพฤติของผู้เรียน  ผู้สอนควรเน้นการประเมินตามสภาพจริง  เช่น การประเมินการปฏิบัติงาน  การประเมินโครงการ  หรือประเมินจากแฟ้มสะสมงาน ฯลฯ ควบคู่ไปกับการทดสอบแบบต่าง ๆ อย่างสมดุล
    ๔)  ให้ผู้สอนประเมินสมรรถนะผู้เรียนควบคู่ไปกับการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
    ๕)  ให้ผู้สอนขานชื่อผู้เรียน และบันทึกการเข้าเรียนทุกชั่วโมง
        ๗.๑.๕  เมื่อถึงปลายภาคเรียน  หลังจากจบกระบวนการการจัดการเรียนรู้ทุกกิจกรรมแล้ว  ให้มีการประเมินผลปลายภาคเรียน  โดยให้เลือกตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ที่สำคัญ และครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในภาคเรียนนั้น  เพื่อตรวจสอบความรู้ความสามารถของผู้เรียน
        ๗.๑.๖  ในการประเมินผลก่อนเรียน  ระหว่างเรียน  และปลายภาคเรียน  ถ้าผู้เรียนมีความรู้  ความสามารถต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ของตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้รายภาค  ให้ผู้สอนวินิจฉัยข้อบกพร่องของผู้เรียน  แล้วจัดกิจกรรมการเรียนรู้ซ่อมเสริมให้เหมาะสมกับลักษณะการเรียนรู้ของผู้เรียน
    ๗.๒  การประเมินการอ่าน  คิดวิเคราะห์  และเขียนของผู้เรียน  ให้ครูประจำวิชา  ดำเนินการวัดผลตามเกณฑ์ที่กำหนดดังนี้
        ๗.๒.๑  แจ้งให้ผู้เรียนทราบมาตรฐานการอ่าน  คิดวิเคราะห์  และเขียนของผู้เรียนแต่ละชั้น  วิธีการวัดและประเมินผล  และเกณฑ์การผ่านการอ่าน  คิดวิเคราะห์  และเขียน
        ๗.๒.๒  มาตรฐานการอ่าน  คิดวิเคราะห์  และเขียนที่กำหนดจะต้องเหมาะสมกับความสามารถของผู้เรียนในแต่ละชั้น

หมวด ๓
เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ข้อ  ๘  การตัดสินผลการเรียน  ของแต่ละภาคเรียน ให้ใช้คะแนนรวมของคะแนนระหว่างภาค และปลายภาคในการตัดสินผลการเรียนปลายภาค  และให้ใช้สัดส่วนคะแนนระหว่างภาคและปลายภาค   ดังนี้

 

 

ให้ใช้สัดส่วนคะแนนตามตารางข้างบนนี้ทุกภาคเรียน  กรณีที่กลุ่มสาระการเรียนรู้จะปรับสัดส่วนคะแนน  ให้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการวิชาการ  และได้รับการอนุมัติจากผู้อำนวยการสถานศึกษา

    ข้อ ๙   การให้ระดับผลการเรียน
        ๙.๑   การตัดสินผลการเรียนรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ให้ใช้ระบบตัวเลข ๘ ระดับแสดงผลการเรียนในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้  ดังนี้
 

 

ให้ใช้ตัวอักษรแสดงผลการเรียนที่มีเงื่อนไขในแต่ละรายวิชาดังนี้


    
    มส  หมายถึง  ผู้เรียนไม่มีสิทธิ์เข้ารับการวัดผล ปลายภาคเรียน เนื่องจากผู้เรียนมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนในแต่ละรายวิชา และไม่ได้รับการผ่อนผันให้เข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน
    ร  หมายถึง  รอการตัดสินและยังตัดสินผลการเรียนไม่ได้เนื่องจากผู้เรียนไม่มีข้อมูลผลการเรียนวิชานั้นครบถ้วน ได้แก่ ไม่ได้วัดผลกลางภาคเรียน/ปลายภาคเรียน ไม่ได้ส่งงานที่มอบหมายให้ทำ ซึ่งงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินผลการเรียน หรือมีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ประเมินผลการเรียนไม่ได้
    อักษรต่างๆที่ใช้มนระเบียบนี้  ถือว่าเป็นผลการเรียน  ไม่ใช่ระดับผลการเรียน
    ๙.๒  การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน เป็นผ่านและไม่ผ่าน ถ้ากรณีที่ผ่านกำหนดเกณฑ์การตัดสินเป็นดีเยี่ยม  ดี  และผ่าน
    ดีเยี่ยม  หมายถึง  มีผลที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน วิเคราะห์ และเขียน ที่มีความชัดเจน ถูกต้อง ใช้เหตุผลที่เชื่อถือได้อย่างดียิ่ง  เป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วม มีความคิดสร้างสรรค์ และใช้เป็นแบบอย่างได้ดียิ่ง
    ดี  หมายถึง  มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน วิเคราะห์ และเขียนที่มีความชัดเจน ถูกต้องใช้เหตุผลที่เชื่อถือได้อย่างยิ่ง เป็นประโยชน์ มีความคิดสร้างสรรค์ และใช้เป็นแบบอย่างได้
    ผ่าน  หมายถึง  มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่มีความถูกต้องใช้เหตุผลที่เชื่อถือได้บ้าง เป็นประโยชน์ที่มีความคิดสร้างสรรค์บ้างในบางส่วน
    ไม่ผ่าน  หมายถึง  มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่ขาดความถูกต้อง ไม่ชัดเจน ไม่มีเหตุผล ขาดการวิเคราะห์ หรือไม่สามารถสื่อสารได้
    ๙.๓  การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รวมทุกคุณลักษณะเพื่อการเลื่อนชั้น และจบการศึกษา  เป็นผ่านและไม่ผ่าน ในการกำหนดเกณฑ์การตัดสินเป็นดีเยี่ยม ดี และผ่าน และความหมายของแต่ละระดับ ดังนี้
    ดีเยี่ยม  หมายถึง  ผู้เรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป็นนิสัย และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อประโยชน์สุขของตนเองและสังคม โดยพิจารณาพฤติกรรมการแสดงออก การเข้าร่วมหรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ
    ดี  หมายถึง  ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามเกณฑ์ เพื่อให้เป็นการยอมรับของสังคม โดยพิจารณาจากพฤติกรรม การแสดงออก การเข้าร่วมหรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ
    ผ่าน  หมายถึง  ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด โดยพิจารณาจากพฤติกรรม การแสดงออก การเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ
    ไม่ผ่าน  หมายถึง  ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด  โดยพิจารณาจากพฤติกรรม การแสดงออก การเข้าร่วมหรือมีส่วนร่วนในกิจกรรมต่างๆ
    ๙.๔  การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
    จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมการปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดและให้กำหนดและให้ผลการประเมินเป็นผ่าน และไม่ผ่าน
                                                           
“ผ”  หมายถึง  ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างน้อยร้อยละ ๘๐ ของเวลาที่โรงเรียนกำหนดในแต่ละปีการศึกษา  ปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะตามเกณฑ์ที่ชุมชนกำหนด
    “มผ”  หมายถึง  ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาที่โรงเรียนกำหนดในแต่ละปีการศึกษา ไม่ผ่านปฏิบัติกิจกรรมหรือมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่ชุมชนกำหนดในกรณีที่ผู้เรียนได้”มผ” ครูผู้ดูแลกิจกรรมต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทำกิจกรรมในส่วนที่ผู้เรียนไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ทำจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” ได้ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษาถัดมา ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย
    ข้อ  ๑๐  การเลื่อนชั้น
        ผู้เรียนจะได้รับการเลื่อนชั้น  เมื่อสิ้นปีการศึกษาเมื่อมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
        ๑) ผู้เรียน มีผลการเรียนเฉลี่ยทุกรายวิชา ตลอดปีการศึกษา  ไม่ต่ำกว่า ๑.๐๐ และต้องมีผลการเรียนในรายวิชาพื้นฐานในแต่ละรายวิชาไม่น้อยกว่า ๑.๐๐ รวมทั้งไม่มีผลการเรียนเป็น”ร” หรือ “มส”
        ๒) ผู้เรียน มีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนเป็น “ผ่าน”
        ๓) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็น ”ผ่าน”
        ๔) ผู้เรียนมีผลประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็น” ผ่าน”
        ทั้งนี้ ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย ตามที่ครูประจำวิชาแจ้ง และเห็นว่าสามารถสอนซ่อมเสริมได้ให้สถานศึกษา ดำเนินการซ่อมเสริมเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องนั้นให้แล้วเสร็จก่อนเปิดภาคเรียนในปีการศึกษาถัดไป
        อนึ่ง  ในกรณีที่ผู้เรียนมีหลักฐานการเรียนรู้ที่แสดงว่ามีความสามารถดีเลิศ สถานศึกษาอาจให้โอกาสผู้เรียนเลื่อนชั้นกลางปีการศึกษา  โดยสถานศึกษาจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง  ให้มีรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการเป็นประธาน หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้และหัวหน้ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกรรมการ หัวหน้างานวัดผลเป็นกรรมการและเลขานุการ พิจารณาให้ความเห็นชอบและได้รับการอนุมัติจากผู้อำนวยการสถานศึกษา  ทั้งนี้ผู้เรียนต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
        ๑) มีผลการเรียนในปีการศึกษาที่ผ่านมาและมีผลการเรียนระหว่างปีที่กำลังศึกษาในเกณฑ์เฉลี่ย ๔.๐๐
        ๒)  มีวุฒิภาวะเหมาะสมที่จะเรียนในชั้นสูงขึ้น

        ๓)ผ่านการประเมินผลความรู้ความสามารถในระดับการศึกษาของระดับชั้นที่กำลังเรียนอยู่และความรู้ของภาคเรียนที่ ๑ ของระดับชั้นที่จะได้เลื่อนขึ้น ทั้งนี้การอนุมัติให้เลื่อนชั้นกลางปีการศึกษาไปเรียนชั้นสูงขึ้นได้ ๑ ระดับชั้นนี้ ต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง และต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนเปิดภาคเรียนที่ ๒ ของปีการศึกษานั้น
        
                                                                     
สำหรับในกรณีที่พบว่ามีผู้เรียนกลุ่มพิเศษประเภทต่างๆมีปัญหาในการเรียนรู้ ให้ครูที่ปรึกษาผู้ปกครองและ/หรือหัวหน้างานนักเรียนเรียนร่วมดำเนินการจัดการศึกษา/แก้ปัญหาให้เหมาะสม
        ข้อ ๑๑ การซ่อมเสริม
        การสอนซ่อมเสริม เป็นการสอนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง กรณีที่ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะกระบวนการ หรือ มีคุณลักษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด จะต้องดำเนินการสอนซ่อมเสริม โดยเร็ว
        กรณีการสอบซ่อม ให้กลุ่มบริหารวิชาการกำหนดการสอบซ่อม ๒ ครั้ง หลังจากประกาศผลสอบปลายภาคเรียน หากผู้เรียนไม่สอบ    ซ่อมหรือสอบซ่อมไม่ผ่าน ให้ผู้เรียนลงทะเบียนซ้ำในรายวิชานั้นๆและดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
        การเปลี่ยนแปลงผลการเรียน และระดับผลการประเมิน มีดังนี้
        ๑๑.๑ การเปลี่ยนแปลงผลการเรียนจาก “ร” ให้ผู้เรียนเข้าสอบ โดยให้ผลการซ่อมเสริมตั้งแต่ “๐ – ๔” ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการวิชาการ
        ๑๑.๒ การเปลี่ยนแปลงผลการเรียนจาก “มส” ให้จัดสอนเพิ่มเติมหรือมอบหมายงานให้ผู้เรียน จนมีเวลาเรียนครบตามกำหนดในวิชานั้น แล้วจึงให้ประเมินสภาพจริงและสอบ โดยให้ได้ผลการซ่อมเสริมไม่เกิน “๑”
        ๑๑.๓การเปลี่ยนแปลงระดับผลการเรียนจาก “๐” ให้จัดสอนซ่อมให้ผู้เรียน ในมาตรฐานการเรียนรู้และตัวบ่งชี้ ที่ทำให้ได้ผลการเรียน “๐” แล้วจึงให้ประเมินตามสภาพจริงและ/หรือสอบ โดยให้ได้ผลการซ่อมเสริมไม่เกิน “๑”
        ๑๑.๓ การเปลี่ยนผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจาก “มผ” ให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมที่ยังขาดอยู่ให้ครบตามเวลาเรียน โดยให้ได้ผลการซ่อมเสริมเป็น “ผ”
        ๑๑.๔ การเปลี่ยนผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ จาก “ไม่ผ่าน” ให้ดำเนินการ    พัฒนาพฤติกรรมผู้เรียนเพื่อให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามตัวบ่งชี้ โดยให้ได้ผลการซ่อมเสริมไม่เกิน “ผ่าน”
        ๑๑.๕ การเปลี่ยนผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน จาก “ไม่ผ่าน” ให้ ดำเนินการจัดกิจการเรียนรู้ซ่อมเสริม โดยให้ได้ผลการแก้ตัวไม่เกิน “ผ่าน”
                        

    ข้อ ๑๒ การเรียนซ้ำชั้น
        ผู้เรียนที่เรียนซ้ำชั้น ให้ยกเลิกผลการเรียนเดิมของปีที่ต้องซ้ำชั้นทั้งหมดแล้วลงทะเบียนเรียนใหม่หมดทั้งหมด
        ผู้เรียนที่ไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การเลื่อนชั้น จะต้องเรียนซ้ำชั้น แต่ทั้งนี้อาจได้รับการพิจารณาให้เลื่อนชั้นได้ หากผู้เรียนมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
        ๑)  ผู้เรียนมีผลการประเมินผ่านมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐
                                                                             
๒) ผู้เรียนมีผลประเมินรายวิชาพื้นฐานทุกกล่มสาระการเรียนรู้ แต่ละวิชาไม่น้อยกว่า ๑ และรายวิชาเพิ่มเติมมีผลการประเมินเป็น “๐” หรือมีผลการเรียนเป็น “ร” หรือ “มส” เพียง ๑ รายวิชา หรือมีผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็น “มผ” เพียงกิจกรรมเดียว
    ข้อ ๑๓  เกณฑ์การจบหลักสูตร
         ๑๓.๑ เกณฑ์การจบหลักสูตรระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
        ๑) ผู้เรียนมีรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมไม่เกิน ๘๑ หน่วยกิต และรายวิชาตามแนวโรงเยนมาตรฐานสากลที่สถานศึกษากำหนด โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน ๖๖ หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด
        ๒) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๗๗ หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน ๖๖ หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า ๑๑ หน่วยกิต
        ๓) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
        ๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
        ๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
        ๑๓.๒ เกณฑ์การจบหลักสูตรระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
        ๑) ผู้เรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า ๘๑ หน่วยกิต และรายวิชาตามแนวโรงเรียนมาตรฐานสากลที่สถานศึกษากำหนด โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน ๔๑ หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด
        ๒) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๗๗ หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน ๔๑ หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า ๓๖ หน่วยกิต
        ๓) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์ละเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
        ๔)  ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
        ๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด


หมวด๔
การรายงานผลการเรียน

    ข้อ ๑๔  การรายงานผลการเรียน
        โรงเรียนจะต้องรายงานผลการเรียนให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะๆ เพื่อการแก้ไขและพัฒนาผู้เรียน สำหรับการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้โรงเรียนรายงานผลให้ผู้ปกครองทราบทุกภาคเรียน
หมวด๕
เอกสารหลักฐานการศึกษา
    ข้อ ๑๕  ให้มีการจัดหาและจัดทำเอกสารหลักฐานการศึกษา  ดังต่อไปนี้
        ๑๕.๑เอกสารหลักฐานการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการ  ประกอบด้วย
            ๑)  ระเบียบแสดงผลการเรียน  (ปพ.๑)
            ๒)  ประกาศนียบัตร  (ปพ.๒)
            ๓)  แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา  (ปพ.๓)
        ๑๕.๒เอกสารหลักฐานการศึกษาที่สถานศึกษากำหนด
            ๑)  แบบแสดงผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์  (ปพ.๔)
            ๒)  เอกสารบันทึกการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน  (ปพ.๕)
            ๓)  เอกสารรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล  (ปพ.๖)
            ๔)  ใบรับรองผลการเรียน  (ปพ.๗)
หมวด  ๖
การเทียบโอนผลการเรียน

    ข้อ ๑๖   ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนของนักเรียนที่เรียนรู้จากสถานศึกษาได้ในกรณีต่างๆได้แก่การย้ายโรงเรียนสังกัดเดียวกัน ต่างสังคม ต่างระบบการเรียน และการเทียบโอนผลการเรียนจากโรงเรียนในต่างประเทศ
    ข้อ ๑๗   ให้สามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนอื่นๆ เช่น ศูนย์ฝึกวิชาชีพของรัฐ โรงเรียนสารพัดช่าง โรงเรียนสอนวิชาเฉพาะที่ได้รับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ           (ได้แก่ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาอื่นๆ ดนตรี คอมพิวเตอร์ ฯลฯ) สถานประกอบการที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการวิชาการของโรงเรียนศึกษานารีวิทยา

    ข้อ ๑๘   การเทียบโอนผลการเรียนให้ดำเนินการในช่วงเปิดภาคเรียนที่ ๑ ของทุกปีการศึกษา
    ข้อ ๑๙   การพิจารณาการเทียบโอน  สามารถดำเนินการได้ดังนี้
        ๑๙.๑   พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา
        ๑๙.๒   พิจารณาจากความรู้ ประสบการณ์
        ๑๙.๓   พิจารณาจากความสามารถ และการปฏิบัติจริง
    ข้อ ๒๐ การเทียบโอนผลการเรียนให้ดำเนินการในรูปของคณะกรรมการการเทียบโอน จำนวนไม่น้อยกว่า ๕ คน การเทียบโอนให้ดำเนินการดังนี้
        ๒๐.๑   การเทียบโอนผลการเรียนให้ดำเนินมาจากหลักสูตรอื่น ให้พิจารณาจาก โครงสร้าง หลักสูตร คำอธิบายรายวิชา  มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดในแต่ละรายวิชา
        ๒๐.๒   กรณีเทียบโอนความรู้ ทักษะและประสบการณ์ ให้พิจารณา ผลการประเมินภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ
        ๒๐.๓   กรณีการเทียบโอนที่นักเรียนเข้าโครงการแลกเปลี่ยนต่างประเทศ ให้เทียบโอนโดยพิจารณาจาก ลักษณะของวิชา สาระสำคัญ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด/จุดประสงค์ ของแต่ละวิชา


                                                             ประกาศ     ณ     วันที่    ๑    เมษายน   พ.ศ.  ๒๕๕๖
                                                                             (นายสุพจน์  หล้าธรรม)
                                                                      ผู้อำนวยการโรงเรียนศึกษานารีวิทยา

 

หลักสูตรโรงเรียนศึกษานารีวิทยา พุทธศักราช ๒๕๕๕  
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช ๒๕๕๑

 

วิสัยทัศน์หลักสูตร
มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้คู่คุณธรรม ก้าวนำเทคโนโลยี มีมาตรฐานเทียบเคียงสากล บนพื้นฐานความเป็นไทย

หลักการ

หลักสูตรโรงเรียนศึกษานารีวิทยา พุทธศักราช ๒๕๕๕  มีหลักการที่สำคัญ  ดังนี้
๑. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของความเป็นไทยควบคู่กับความเป็นสากล

๒. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาค และมีคุณภาพ

๓.เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น

๔. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจัดการเรียนรู้

๕.  เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

๖.  เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย  ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย  สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์  

จุดหมาย
หลักสูตรโรงเรียนศึกษานารีวิทยา พุทธศักราช ๒๕๕๕  มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี  มีปัญญา มีความสุข  มีศักยภาพในการศึกษาต่อ  และประกอบอาชีพ   จึงกำหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียน  เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน   ดังนี้

๑.  มีคุณธรรม  จริยธรรม  และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง   มีวินัยและปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ  ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  
๒. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา   การใช้เทคโนโลยี  และมีทักษะชีวิต
๓.  มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย
๔.  มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก  ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
๕.  มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย   การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม  มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข    

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร  มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม
๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์  การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหา และอุปสรรคต่าง ๆ       ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต   เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนินชีว

กิจการนักเรียน
ลิงค์น่าสนใจ
แหล่งเรียนรู้
QRCode